สมัครสมาชิกใหม่

*
*
*
*
*
*

แผนพัฒนาจังหวัดสระบุรี

จังหวัดสระบุรี

จังหวัดสระบุรีได้จัดทำแผนพัฒนาจังหวัดสระบุรี 4 ปี (พ.ศ.2557-2560)  โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การทบทวนสภาวะแวดล้อม (SWOT Analysis)

สามารถวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมในส่วนของจังหวัดสระบุรีได้ ดังนี้

จุดแข็ง

    • มีตลาดกลางเกษตรจำนวน 2 ที่สามารถระบายสินค้าไปสู่ภาคต่างๆได้เป็นอย่างดี
    • มีระยะทางระบบการขนส่งที่สะดวก และระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพ(100 กิโลเมตร)และประเทศเพื่อนบ้าน
    • มีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตร และอาหารทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและเล็กเป็นจำนวนมากสามารถรองรับวัตถุดิบด้านการเกษตรในพื้นที่ได้
    • ผลผลิตทางการเกษตรที่โดดเด่นและหลากหลาย เช่น มะพร้าวน้ำหอม กล้วยไม้ สุกร ปลาสวยงาม กุ้งน้ำจืด และพืชผัก
    • มีสินค้าOTOP ระดับ 5 ดาวมากเป็นอันดับ ที่ 4 ของประเทศ
    • มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายครอบคลุมทุกประเภท และมีทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นพื้นฐานการส่งเสริมการสร้างคุณค่าและมูลค่าด้านการท่องเที่ยว การบริการ และการผลิต
    • มีหน่วยงานการพัฒนาศักยภาพแรงงานระดับภาคในพื้นที่ สามารถพัฒนา แรงงานสนับสนุนภาคการผลิตได้
    • ชุมชนมีความตระหนักมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาสังคมด้วยวิธีของชุมชนเอง
    • ประชาชนเข้าถึงการบริการสาธารณสุขที่ดี
    • ประชาชนมีฐานะที่เหมาะสม มีงานทำ และมีรายได้เพียงพอ
    • วัฒนธรรม ประเพณี ท้องถิ่นที่ทุกชนเผ่าให้การยอมรับและส่งเสริมการสืบทอด
    • การมีส่วนร่วมของประชาชนจังหวัดสระบุรี มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาคกลางและระดับประเทศ
    • สภาพพื้นที่มีลุ่มน้ำ เหมาะสมกับภาคเกษตร และมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายทั้งพืชและสัตว์สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
    • มีการบูรณาการงานและมีความเข้มงวดในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด
    • ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และแก้ไขปัญหายาเสพติด
    • มีศูนย์วิวัฒน์พลเมืองในการป้องกันและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่
    • ภาครัฐมีกิจกรรมสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กลุ่มมวลชนแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง
    • ประชาชนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ
    • มีกองกำลังตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนสามารถเฝ้าระวังได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
    • มีศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกในพื้นที่
    • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาภัยธรรมชาติ

จุดอ่อน

    • มูลค่าผลผลิตต่อพื้นที่การเพาะปลูกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ในขณะที่ จังหวัดในกลุ่มเดียวกัน มีมูลค่าผลผลิตสูงกว่ามูลค่าเฉลี่ยของประเทศ
    • เกษตรใช้สารเคมีในการผลิตสินค้า เกษตรปริมาณมากทำให้ผลผลิตไม่ได้มาตรฐานอาหารปลอดภัย
    • ผลตอบแทนจากการทำเกษตรอินทรีย์ยังไม่จูงใจให้เกษตรกรรักษามาตรฐานการผลิต
    • ขาดการจัดการน้ำเสีย เป็นสาเหตุต่อการพัฒนาสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน GAP ยั่งยืน
    • ขาดแคลนแรงงานไร้ฝีมือในภาคอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตร
    • การประชาสัมพันธ์และการบริหารจัดการด้านการตลาดในด้านท่องเที่ยวยังขาดการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
    • ผู้ประกอบการขาดทักษะในการให้บริการด้านการท่องเที่ยว
    • ขาดปัจจัยในด้านอัตลักษณ์ (ภาพลักษณ์ เสน่ห์) ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว
    • สถานที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมีขนาดเล็ก ยังไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ได้
    • กฎหมายท้องถิ่นยังไม่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
    • ปัญหาด้านคุณคุณภาพชีวิตและครอบครัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยคุณภาพชีวิตและครอบครัวของภาคกลาง และค่าเฉลี่ยของประเทศ
    • ปัญหาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินที่ยังไม่ลดลง
    • เด็กและเยาวชนมีค่านิยมการดำรงชีวิตที่ไม่เหมาะสม
    • เด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อังกฤษ ภาษาไทย ต่ำกว่าร้อยละ 50
    • บุคลากรทางการศึกษามีความเชี่ยวชาญวิชาหลัก ในระบบการศึกษาที่ไม่เพียงพอ
    • พื้นที่บางส่วนมีปัญหาฝุ่นละออง
    • พื้นที่ป่าไม้ ที่ดินสาธารณะและที่ดินของรัฐถูกบุกรุก
    • พื้นที่บางส่วนมีปัญหาคุณภาพน้ำ
    • เป็นพื้นที่ติดชายแดนและเป็นทางผ่านการลำเลียงยาเสพติดและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
    • มีการบุกรุกพื้นที่ป่าบริเวณแนวชายแดนในการประกอบธุรกิจที่พักและการท่องเที่ยว
    • มีการขยายตัวของชุมชนเข้าไปในพื้นที่ป่าบริเวณแนวชายแดนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    • ขาดการกำหนดแนวเขตพื้นที่ป่าให้ชัดเจน
    • การรับรู้ข่าวสารจากสื่อและกลุ่มบุคคลที่มุ่งหวังผลทางลบเกี่ยวกับสถาบันสำคัญของชาติ
    • โรงงานอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานมาก
    • มีศูนย์พักพิงผู้หนีภัยจากการสู้รบตั้งอยู่ (บ้านถ้ำหิน) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
    • ประชาชนไม่มีความรู้ในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ
    • ประชาชนขาดอุปกรณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

โอกาส

    • มีกฎหมายด้านวิสาหกิจชุมชน ในการสนับสนุนให้เกิดองค์กรชุมชน
    • รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มเกษตรกรอย่างต่อเนื่องในลักษณะกองทุนต่างๆ
    • มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องโดยฝ่ายวิชาการภาครัฐและสถาบันการศึกษา
    • รัฐบาลมีการส่งเสริมให้ประชาชนท่องเที่ยวภายในประเทศทำให้จังหวัดสระบุรีได้รับประโยชน์ เนื่องจากมีระยะทางห่างจากกรุงเทพไม่มากนัก
    • กลุ่มจังหวัดมีทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเป็นวงจรภายในกลุ่มจังหวัดทำให้นักท่องเที่ยวจากกลุ่มจังหวัดสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดมากขึ้น
    • รัฐบาลส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อการส่งออก
    • นโยบายด้านโลจิสติกส์ของรัฐบาล เพื่อเป็นศูนย์กลางในการ ขนถ่ายสินค้าการเปิดประเทศเข้าสู่ AEC
    • นโยบายรัฐบาล กำหนดให้ทุกฝ่ายเร่งสร้างความสมานฉันท์ โดยใช้ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
    • กระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กำลังเป็นที่นิยม ทำให้พื้นที่ป่าไม้ ลุ่มน้ำ ตามธรรมชาติของจังหวัดสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้
    • รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในการเทิดทูนสถาบัน
    • ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญต่อสถาบันสำคัญของชาติ
    • รัฐบาลและนักวิชาการมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสาธารณะทำให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสาร และเกิดความตระหนักมากขึ้น
    • มีนโยบายและเปิดโอกาสให้ราษฎรที่ทำกินและอาศัยในพื้นที่อยู่ร่วมกับป่าโดยปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย
    • พื้นที่จังหวัดสระบุรีไม่อยู่ในพื้นที่เสียงอย่างรุนแรงด้านภัยธรรมชาติ

อุปสรรค

    • ปัญหาภาวะเศรษฐกิจโลก โรคระบาด และโรคพืช มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ภายในประเทศและผลิตอาหารเพื่อการส่งออก
    • ราคาปัจจัยการผลิตสูงขึ้นทำให้การผลิตสินค้าด้านการเกษตรมีต้นทุนสูง
    • ขาดทิศทางการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ AEC ในเชิงปฏิบัติการอย่าง
    • นโยบายเรื่องยาปราบศัตรูพืชของรัฐ (ผ่อนผัน)
    • ความรุนแรงต่อกระแสการบริโภคนิยมทำให้ภาคสังคมอ่อนแอ
    • ภาวะโลกร้อนส่งผลต่อสภาพแวดล้อมของจังหวัด เช่น ขาดน้ำ ไฟป่า
    • ขาดการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในบางพื้นที่การถูกกว้านซื้อที่ดินจากนายทุนภายนอก
    • ผู้ค้ามีการปรับเปลี่ยนวิธีการจำหน่าย/ขนส่ง ยาเสพติดตลอดเวลา
    • เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
    • การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้แนวชายแดนมีผู้มีอิทธิพลให้การสนับสนุน
    • ไม่สามารถพยากรณ์การเกิดภัยทางธรรมชาติได้
    • ความต้องการแรงงานไร้ฝีมือจากแรงงานต่างด้าวของสถานประกอบการเนื่องจากค่าจ้างต่ำ
    • เยาวชนขาดการรับรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยทำให้ไม่เข้าใจในการดำรงไว้ซึ่งสถาบันของชาติ
    • การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ เมื่อเข้าสู่ AEC

2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสระบุรี 4 ปี (พ.ศ.2557-2560)

1. วิสัยทัศน์

แผนพัฒนาจังหวัดสระบุรี ปี พ.ศ.2557-2560 ได้กำหนดวิสัยทัศน์ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา คือ “ผู้นำเกษตรปลอดภัย มุ่งให้เป็นเมืองน่าอยู่ และใช้ทุนทางปัญญาสร้างรายได้

2. ประเด็นยุทธศาสตร์และกลยุทธ์

จากการวิเคราะห์โดยเครื่องมือต่างๆ และการแบ่งกลุ่มยุทธศาสตร์ที่สำคัญ สามารถกำหนดยุทธศาสตร์จังหวัดสระบุรีที่สำคัญ 5 ยุทธศาสตร์ โดยมีกลยุทธ์ในแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1: พัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัย เพื่อเพิ่มมูลค่าการผลิต

กลยุทธ์ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1

      1. พัฒนาโครงสร้างทางด้านการเกษตรปลอดภัย
      2. พัฒนาตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า
      3. ส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิต
      4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายการผลิตของชุมชน/วิสาหกิจชุมชน
      5. พัฒนาและขยายช่องทางสินค้าเกษตรปลอดภัยทั้งในและต่างประเทศ
      6. พัฒนาศักยภาพการแข่งขันเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ AEC

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2: การส่งเสริมการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และเพิ่มมูลค่าผลผลิตเชิงสร้างสรรค์

กลยุทธ์ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2

      1. ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
      2. พัฒนาและขยายการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
      3. พัฒนาการบริการเพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยคงเอกลักษณ์เดิมไว้
      4. พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวิถีชุมชน
      5. สร้างเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรม และส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยว

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3: พัฒนาสังคมคุณธรรมและชุมชนเข้มแข็ง

กลยุทธ์ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3

      1. พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ประชาชน
      2. พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้านกายภาพ
      3. พัฒนาองค์กรชุมชนเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน
      4. เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทั้งใน-นอกระบบและตามอัธยาศัย

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4: พัฒนาความอุดมสมบูรณ์และคุณภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็นเมืองน่าอยู่

กลยุทธ์ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4

      1. ส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและ ธนาคารต้นไม้
      2. ปราบปรามและสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทรัพยากรป่าไม้อย่างเป็นระบบ
      3. พัฒนากลไกการบริหารจัดการ และระบบสารสนเทศทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ
      4. อนุรักษ์ พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำ
      5. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน อปท. และภาคเอกชนให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5: พัฒนาการบริหารจัดการและเสริมสร้างความมั่นคง

กลยุทธ์ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5

      1. ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม
      2. สนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกมิติ
      3. ส่งเสริมให้ประชาชนมีความตระหนักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
      4. ป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
      5. พัฒนาคุณภาพการบริหารภาครัฐ
TOP